เว็บบอร์ด

ตั้งกระทู้
กระทู้ ตอบ อ่าน
กระทู้ล่าสุดวันที่ : 24 มิถุนายน 2564 เวลา : 12:30:35 โดย : 2 78
กระทู้ล่าสุดวันที่ : 21 มิถุนายน 2564 เวลา : 11:42:15 โดย : 22 746
เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    
กระทู้ล่าสุดวันที่ : 25 มิถุนายน 2564 เวลา : 14:12:48 โดย :
60 2583
เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน   สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง   สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน   และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน   มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร   1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด   1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น   กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง   1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร   1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา   1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน   ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา   ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน   ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? ……   ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม   ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้   จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา   นายนิติชัย เชิดสระน้อย   Tel  0815777998      
กระทู้ล่าสุดวันที่ : 24 เมษายน 2564 เวลา : 00:57:15 โดย : นายนิติชัย เชิดสระน้อย
0 11
กระทู้ล่าสุดวันที่ : 24 มกราคม 2562 เวลา : 15:32:08 โดย : webadmin 0 130