เว็บบอร์ด > เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

กลับ
avatar

ชื่อ : นายนิติชัย เชิดสระน้อย

ip : 119.46.62.66

กระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 24 เมษายน 2564 เวลา : 00:57:32

เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน

สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง

สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน

และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน

มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร

1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น

กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง

1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร

1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา

1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน

ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา

ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน

ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? ……

ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม

ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้

จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา

นายนิติชัย เชิดสระน้อย

Tel  0815777998

 

 

avatar

ชื่อ : admin เทศบาลตำบลนกออก

ip : 1.1.226.246

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 27 เมษายน 2564 เวลา : 16:08:13

เรียน  คุณนิติชัย  เชิดสระน้อย

เทศบาลตำบลนกออก ได้รับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากท่านแล้ว  และจะนำเรียนนายกเทศมนตรี  เพื่อเป็นข้อมูลและแนวทางในการพัฒนา และแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไป

ขอบคุณค่ะ

 

avatar

ชื่อ :

ip : 95.142.45.6

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 28 เมษายน 2564 เวลา : 22:25:57

“Greetings! Very useful advice within this post! It is the little changes that produce the greatest changes. Thanks for sharing!”
דירות דיסקרטיות בירושלים

avatar

ชื่อ :

ip : 185.59.221.95

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 29 เมษายน 2564 เวลา : 15:34:31

Максим Лалакин является учредителем, владельцем и совладельцем четырнадцати компаний, находящихся в Москве, Подольске, Жуковском, Борках и Большом Торбино. Сообразно состоянию на 2018 год общая помощь через деятельности всех компаний, учитывая долю его владения, равнялась сумме 413 604 300 рублей.

Лалакин Максим Сергеевич криминальный авторитет Лалакин.

avatar

ชื่อ :

ip : 46.33.33.20

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 01 พฤษภาคม 2564 เวลา : 13:42:20

Игровые автоматы [url=https://pin-up777.ru/]Пин Ап[/url] Казино имеют официальную лицензию и стабильно выплачивают игрокам их выигрыши!

avatar

ชื่อ :

ip : 95.142.45.6

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 03 พฤษภาคม 2564 เวลา : 03:56:14

“I’m pretty pleased to uncover this web site. I need to to thank you for ones time for this wonderful read!! I definitely appreciated every little bit of it and i also have you saved as a favorite to check out new information on your blog.”
דירה דיסקרטיות בקריות

avatar

ชื่อ : pg slot

ip : 103.107.198.132

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 07 พฤษภาคม 2564 เวลา : 17:13:13

pg slot สล็อตแตกง่าย

avatar

ชื่อ :

ip : 85.249.38.12

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 07 พฤษภาคม 2564 เวลา : 17:42:03

Поможем вам разблокировать Xioami lost

[url=https://icloudoff.com/]Разблокировать apple id [/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 85.249.38.12

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 07 พฤษภาคม 2564 เวลา : 22:37:46

Поможем вам разблокировать айфон

[url=https://icloudoff.com/]Разблокировать пароль айклауд [/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.164.204.161

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 10 พฤษภาคม 2564 เวลา : 04:06:23

viagra tadalafil 20mg online guestbook.cgi?id=
viagra 5mg canada website
non-prescription viagra alternative
– viagra 10 mg 4 tablet joined
[url=https://nodoctrprescript.com/#]viagra without a doctors prescription
[/url] aspirin and ed

avatar

ชื่อ :

ip : 85.249.36.226

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 10 พฤษภาคม 2564 เวลา : 16:46:48

[url=https://recentre.info/pages/price.html]Ремонт [/url] Huawei в Ногинске
наш прайс на запчасти, для ремонта смартфонов

avatar

ชื่อ :

ip : 54.39.29.64

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 11 พฤษภาคม 2564 เวลา : 00:00:30

Rather valuable message

avatar

ชื่อ :

ip : 5.164.204.85

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 11 พฤษภาคม 2564 เวลา : 20:49:28

viagra for women blogs centro de informaciA?n
nhs viagra
sildenafil en tijuana
– viagra 2 dollar 23 cent
[url=https://viagraxlc.com/#]coupon for sildenafil 20mg
[/url] buy viagra online msn messenger

avatar

ชื่อ :

ip : 5.164.212.26

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 14 พฤษภาคม 2564 เวลา : 15:59:07

viagra online cheap yim
no prescription viagra
prescription cialis
– help ordering viagra
[url=https://approvalprescription.com/#]cialis doctor medicaid
[/url] viagra song mp3

avatar

ชื่อ :

ip : 109.234.37.227

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 16 พฤษภาคม 2564 เวลา : 03:32:57

создание сайта цена

avatar

ชื่อ :

ip : 54.39.29.64

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 18 พฤษภาคม 2564 เวลา : 09:53:09

I join told all above. Let’s discuss this question.
[url=https://zeenite.com/videos/9496/brazzers-compilation-january-2020/]brazzer[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 54.39.29.64

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 19 พฤษภาคม 2564 เวลา : 17:48:54

What magnificent phrase
[url=https://thetranny.com/videos/52697/valenjonex-stoke-and-engulf-her-own-jock/]valenjonex[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 89.109.35.231

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 22 พฤษภาคม 2564 เวลา : 15:34:15

viagra without a prescription from mexico
viagra first time
viagra no prescription
– viagra buy posts per day
[url=http://nodoctprescript.com/#]viagra online without prescription
[/url] viagra for women effects fees

avatar

ชื่อ :

ip : 195.2.92.46

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 24 พฤษภาคม 2564 เวลา : 15:51:21

“An interesting discussion is worth comment. There’s no doubt that that you ought to write more on this subject matter, it might not be a taboo matter but typically people do not speak about these subjects. To the next! Many thanks!!”
נערות ליווי בהרצליה
gder4563

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 25 พฤษภาคม 2564 เวลา : 20:53:07

Many thanks. Very good information!
website that writes essays for you
how to write an argument essay
custom writing services reviews
[url=https://topessaywritingbase.com/]cheap essay writing service[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 26 พฤษภาคม 2564 เวลา : 00:32:17

Appreciate it! Numerous advice!
https://topessaywritinglist.com/
custom essays writing service
help writing thesis
content writing service
[url=https://topessaywritinglist.com/]essaytyper[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.164.206.44

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 30 พฤษภาคม 2564 เวลา : 04:40:56

illiterate viagra hotmail spam
fixed drug eruption and viagra
cheap cialis canada
– buying viagra
[url=http://wtadalafil.com/#]tadalafil peptide
[/url] viagra for women reviews occupation

avatar

ชื่อ :

ip : 195.154.171.54

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 30 พฤษภาคม 2564 เวลา : 12:05:21

antifungal herbal remedies [url= https://uitgavenberekenen.nl/xannl.html ] https://uitgavenberekenen.nl/xannl.html [/url] hoodia gordonii pills rpp.chapter-a.nl/lorazfr.html health care companies

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 03 มิถุนายน 2564 เวลา : 17:07:49

Thanks! Plenty of write ups!
https://topessayssites.com/
college applications without essays
essay typer
personal statement writing service
[url=https://topessayssites.com/]help dissertation[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 04 มิถุนายน 2564 เวลา : 00:32:28

You actually explained this really well!
essay writing service
[url=https://essayssolution.com/]paper helper[/url]
help with writing personal statement
how to write an essay fast and easy z213nc 897d3bd

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 04 มิถุนายน 2564 เวลา : 17:37:01

You made the point.
https://topessayssites.com/
buying essays
define thesis
best essay writing services
[url=https://topessayssites.com/]undergraduate coursework[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 05 มิถุนายน 2564 เวลา : 03:42:26

Amazing a lot of helpful knowledge!
https://topessayssites.com/
essay writers online
how to write a thesis statement
thesis writers
[url=https://topessayssites.com/]writers help[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 06 มิถุนายน 2564 เวลา : 18:10:30

You’ve made your stand quite effectively!!
https://topessayssites.com/
how to right a college essay
research dissertation
writings services
[url=https://topessayssites.com/]research dissertation[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 07 มิถุนายน 2564 เวลา : 06:10:51

Kudos, A lot of write ups!
canadian pharmacy online canada canadian pharmacies that are legit
canadian pharmacy cialis https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 08 มิถุนายน 2564 เวลา : 04:33:55

With thanks. Numerous info!
coursework writing service
[url=https://essayhelp-usa.com/]argumentative essay topics[/url]
cite website in essay
introduction for college essay u20dhz 567897d

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 08 มิถุนายน 2564 เวลา : 07:19:54

Many thanks! Useful information!
essay rewriter
[url=https://essayhelp-usa.com/]essay writer[/url]
writing dissertation service
what to write a compare and contrast essay on y72rcy c081567

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 08 มิถุนายน 2564 เวลา : 07:53:55

Thank you, Lots of content!
canada prescriptions drugs canada pharmaceutical online ordering
canadianpharmacy https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 08 มิถุนายน 2564 เวลา : 15:11:26

Kudos. Ample facts.
https://topessayssites.com/
what is a college application essay
write my papers
online essay writing services
[url=https://topessayssites.com/]paper writing services[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 08 มิถุนายน 2564 เวลา : 15:33:47

You mentioned it adequately.
writers help
[url=https://essayhelp-usa.com/]thesis writing[/url]
top writing service
help writing essays for scholarships l706cw a1_3f46

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 08 มิถุนายน 2564 เวลา : 15:37:45

You said it adequately..
canadian pharmacies-24h canadian pharmacies shipping to usa
mexican pharmacies shipping to usa https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 09 มิถุนายน 2564 เวลา : 04:40:46

You actually expressed it exceptionally well.
https://topessayssites.com/
how to write a thesis for a narrative essay
writing thesis
online assignment writing help
[url=https://topessayssites.com/]how to write a thesis statement[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 14 มิถุนายน 2564 เวลา : 18:02:41

Cheers. A good amount of posts!
essay about website
[url=https://essayhelp-usa.com/]college essay[/url]
articles writing service
common college essays h95hvn af29b33

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 14 มิถุนายน 2564 เวลา : 20:53:34

Amazing tons of good information.
cheap dissertation writing services
[url=https://bestessayseducationusa.com/]best essay writing services[/url]
phd thesis writing help
i need help on writing an essay l63nbr 29b33f7

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 14 มิถุนายน 2564 เวลา : 23:47:30

You’ve made your position quite nicely!.
ghostwriter needed
[url=https://dissertationwritingtops.com/]write paper[/url]
top writing services
how to write essays in english h24gqp af29b33

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 15 มิถุนายน 2564 เวลา : 02:41:29

Superb data. Regards!
business plan writers nyc
[url=https://dissertationwritingtops.com/]paper writing service[/url]
article rewriter
the value of college education essay v77esm 29b33f7

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 15 มิถุนายน 2564 เวลา : 05:31:38

Superb facts. Thanks!
coursework writing services
[url=https://essayssolution.com/]dissertation writing services[/url]
help writing personal statement
essay writing guidelines x95jvx c081567

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 15 มิถุนายน 2564 เวลา : 08:29:03

Great facts, Kudos.
writing assignments service
[url=https://englishessayhelp.com/]help thesis writing[/url]
academic writers online review
how to write a five paragraph essay z77ptk 8a2_8b4

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 16 มิถุนายน 2564 เวลา : 00:02:53

Cheers! Quite a lot of forum posts.
rx pharmacy north west pharmacy canada
rx online https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 18 มิถุนายน 2564 เวลา : 01:28:56

Nicely put. Thanks!
best 10 online canadian pharmacies canadian viagra
cheap prescription drugs https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 18 มิถุนายน 2564 เวลา : 04:12:44

Useful content. Thank you.
academic essay writing service
[url=https://dissertationwritingtops.com/]writing a thesis statement[/url]
research writing service
argumentative essay writing y48fni 97d3bda

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 18 มิถุนายน 2564 เวลา : 04:17:41

Helpful stuff. Regards.
online canadian discount pharmacy canadian pharmacies shipping to usa
top rated canadian pharmacies online https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 21 มิถุนายน 2564 เวลา : 15:52:54

Cheers, I like it!
seo content writing services
[url=https://essayextra.com/]research dissertation[/url]
custom writing
how to write an essay y92enb d3bdaf2

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 23 มิถุนายน 2564 เวลา : 19:01:38

You explained this terrifically!
drugs from canada prescription drugs without doctor approval
non prescription online pharmacy reviews https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 23 มิถุนายน 2564 เวลา : 22:33:19

Great facts. Kudos!
cvs pharmacy online mail order pharmacies
best online pharmacy stores https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 24 มิถุนายน 2564 เวลา : 01:31:47

Appreciate it! Loads of facts.
drugs from canada online canadian pharcharmy
canadian pharmacy drugs online https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 24 มิถุนายน 2564 เวลา : 07:08:36

Thanks, I appreciate this!
canadian pharmacy canada pharmacy
mail order pharmacy https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 24 มิถุนายน 2564 เวลา : 10:22:43

You actually explained it terrifically.
top rated online canadian pharmacies online pharmacy india
compare prescription prices https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 24 มิถุนายน 2564 เวลา : 13:19:28

Reliable tips. Many thanks!
pharmacy cost comparison prescription drug cost
canadian pharmacy cialis https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 24 มิถุนายน 2564 เวลา : 16:04:12

Effectively spoken without a doubt! .
canadian prescription drugstore my canadian pharmacy
drug prices comparison https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 24 มิถุนายน 2564 เวลา : 18:50:45

You have made your point!
canadian drug store best 10 online canadian pharmacies
canadian online pharmacy reviews https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 24 มิถุนายน 2564 เวลา : 22:04:41

Fantastic posts. Thanks.
walgreens pharmacy online drugstore online
online pharmacies of canada https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 25 มิถุนายน 2564 เวลา : 01:23:49

Very good data. Many thanks!
cialis canada canada drug
pharmacy online mexico https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 25 มิถุนายน 2564 เวลา : 04:24:47

Very good posts. With thanks.
pharmacy price compare erection pills
fda approved canadian online pharmacies https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 25 มิถุนายน 2564 เวลา : 07:25:30

Point very well applied.!
canada meds canadian online pharmacies
pharmacy prices compare https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 25 มิถุนายน 2564 เวลา : 10:45:28

Thanks a lot! I value this.
compare rx prices cialis pharmacy online
trusted overseas pharmacies https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 25 มิถุนายน 2564 เวลา : 14:12:48

You said that exceptionally well!
canadian prescription canada drugs
pharmacy in canada https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 25 มิถุนายน 2564 เวลา : 17:45:01

Terrific knowledge. Cheers!
best online canadian pharmacy canadian pharmacy cialis
international pharmacy https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 27 มิถุนายน 2564 เวลา : 01:46:58

Nicely spoken really. !
top rated online canadian pharmacies pharmacy online store
best online canadian pharmacy https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 27 มิถุนายน 2564 เวลา : 04:57:42

Thank you, Awesome information.
prescription drugs without prior prescription canada pharmacy online
canada drugs online https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.109

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 03 กรกฎาคม 2564 เวลา : 08:02:23

Incredible all kinds of awesome tips.
online pharmacies canada canadian pharmaceuticals online
international pharmacy https://cadmed-bb.com/

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 05 กรกฎาคม 2564 เวลา : 04:14:27

Nicely put. Thanks.
https://topessayssites.com/
best essay writer
mathematics homework
best professional cv writing services
[url=https://topessayssites.com/]homework now[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 05 กรกฎาคม 2564 เวลา : 11:27:09

Many thanks, I like this!
https://topessayssites.com/
essay writers toronto
papers writing service
top resume writing services
[url=https://topessayssites.com/]courses work[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 05 กรกฎาคม 2564 เวลา : 18:24:19

Wonderful advice. Thanks!
https://topessayssites.com/
writing an informational essay
couseworks
article writing service
[url=https://topessayssites.com/]essay writing services review[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 06 กรกฎาคม 2564 เวลา : 01:05:47

Seriously tons of wonderful advice!
https://topessayssites.com/
college personal statement essay
argumentative essay
resume writing service business plan
[url=https://topessayssites.com/]how to write a thesis[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 06 กรกฎาคม 2564 เวลา : 07:56:19

You’ve made the point!
https://topessayssites.com/
how to write essay fast
argumentative essay
best personal statement writing services
[url=https://topessayssites.com/]thesis paper writing[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 06 กรกฎาคม 2564 เวลา : 15:17:26

Really all kinds of amazing info.
https://topessayssites.com/
how to write a college transfer essay
write my paper
ghost writer essays
[url=https://topessayssites.com/]essay typer[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 06 กรกฎาคม 2564 เวลา : 22:15:23

You actually said this exceptionally well.
https://topessayssites.com/
best custom essay service
homework help cpm
help with thesis writing
[url=https://topessayssites.com/]thesis paper[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 07 กรกฎาคม 2564 เวลา : 05:09:48

You revealed that exceptionally well.
https://topessayssites.com/
application essay help
homeworks help
essays on writing by writers
[url=https://topessayssites.com/]how to write a thesis statement[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 07 กรกฎาคม 2564 เวลา : 12:28:26

Very good facts. Cheers.
https://topessayssites.com/
can money buy happiness essay
best essay writing services
writing assignments service
[url=https://topessayssites.com/]phd thesis help[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 07 กรกฎาคม 2564 เวลา : 19:39:43

Terrific write ups. Thanks a lot.
https://topessayssites.com/
buy essay online cheap
how to write an argument essay
dissertation writing service
[url=https://topessayssites.com/]good thesis statement[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 08 กรกฎาคม 2564 เวลา : 02:43:45

Thanks, I value it!
https://topessayssites.com/
help with essay writing
paper writer
best website for essay writing
[url=https://topessayssites.com/]help thesis writing[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 08 กรกฎาคม 2564 เวลา : 09:51:27

Whoa all kinds of helpful tips!
https://topessayssites.com/
college essays prompts
thesis writing help
professional letter writing services
[url=https://topessayssites.com/]dissertation research[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.48.99

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 08 กรกฎาคม 2564 เวลา : 17:25:22

Great material. Thanks!
https://topessayssites.com/
personal statement college essay
dissertation
seo content writing services
[url=https://topessayssites.com/]write my papers[/url]

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 10 กรกฎาคม 2564 เวลา : 19:35:57

Superb advice. Regards.
http://experienceuavenue.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=essaypromaster.com/editing/799-academic-machining-service.html
http://danielpramirez.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=essayextra.com/course-work/344-course-work-marking-affordable-essay.html
http://sbspuertorico.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayseducationusa.com/essay/93-custom-essay-paper-writing-top.html
http://photofixit.co.uk/__media__/js/netsoltrademark.php?d=discountedessays.com/essay/527-research-essay-help-best-essay.html
http://firephotocontest.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=topessaywritingbase.com/dissertation/669-parts-of-a-dissertation-top.html
http://livingstonadvocate.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayseducationusa.com/essay/61-online-essay-machining-service-excellent.html
http://gemzllc.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=ouressays.com/editing/383-online-paraphrasing-excellent-essay-services.html
how to be good at writing essays c759sn daf29b3

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 10 กรกฎาคม 2564 เวลา : 21:26:40

Seriously a lot of beneficial knowledge.
http://ww17.myfoxkc.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayscloud.com/paper/31-custom-research-paper-writing-service.html
http://gabalina.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayscloud.com/writing/34-professional-commercial-letter-write-services.html
http://sappingtonfam.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=topessaywritingbase.com/course-work/24-course-work-history-top-writing.html
http://processinstrumentreviews.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=essaypromaster.com/essay/36-write-my-essay-org-affordable.html
http://nikaroberts.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayscloud.com/paper/93-write-my-research-paper-online-top-ranked.html
http://kleanhands.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=essayhelp-usa.com/editing/89-online-correction-reading-course-top-ranked.html
http://weekendcontractors.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=freeessayfinder.com/essay/857-essay-writing-service-usa-best.html
the best college essay ever j26ypf 1567897

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 11 กรกฎาคม 2564 เวลา : 01:37:51

Amazing a lot of wonderful facts!
http://altalenacompany.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=scoringessays.com/paper/81-buy-paper-online.html
http://woodstonecuhomeloans.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=essaypromaster.com/essay/414-help-writing-on-essays-excellent.html
http://comfortandsupport.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayseducationusa.com/writing/805-custom-writing-bay-greatest-essay.html
http://zaxbychicken.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayseducationusa.com/essay/42-professional-essay-writer-best-essay.html
http://stolenmoments.nyc/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayseducationusa.com/paper/736-term-paper-services-best-essay.html
http://thinkinspace.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=freeessayfinder.com/writing/927-dissertation-author-top-ranked-writing-service.html
http://cabreramarkets.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=topessayssites.com/essay/039-can-not-write-my-attachment-affordable.html
how to write a compare and contrast essay introduction l53rbm 29b33f7

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 11 กรกฎาคม 2564 เวลา : 03:27:22

You actually stated it well.
http://arhaan.pro/__media__/js/netsoltrademark.php?d=topessaywritinglist.com/writing/79-best-cv-write-service-london.html
http://samchrome.org/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayseducationusa.com/writing/589-best-writing-service-websites.html
http://miraclemedi.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayseducationusa.com/thesis/046-disc-writing-tips-high-quality.html
http://callether.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayscloud.com/essay/929-essay-writer-reviews-best-essay.html
http://blisspill.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayseducationusa.com/essay/816-help-with-essays-best-writing.html
http://fidelitylsi.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=topessayservicescloud.com/paper/71-buy-thesis-paper-affordable-essay.html
http://mediacheck.org/__media__/js/netsoltrademark.php?d=essayhelp-usa.com/paper/901-buy-research-paper-online-high.html
essay writing company f40mel af29b33

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 11 กรกฎาคม 2564 เวลา : 07:33:14

You actually mentioned this terrifically.
http://marilynhermandc.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayseducationusa.com/paper/266-write-my-psychology-research-paper.html
http://ihatehydrofrac.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=scoringessays.com/essay/276-how-is-a-better-essay-writer.html
http://turkeytop.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayseducationusa.com/writing/26-ghost-write-service-top-ranked-writing.html
http://impactlp.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayscloud.com/writing/184-custom-article-writing-service-best.html
http://bedbugheater.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=ouressays.com/dissertation/18-dissertation-editor-top-ranked-essay-services.html
http://mmtransportation.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=topessayservicescloud.com/paper/09-professional-trainerschiver-service-top-ranked-essay.html
http://mytriadwedding.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=topessayservicescloud.com/writing/153-ghostwriting-services-prices-best-essay.html
us essay writing service r746ex 7d3bdaf

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 11 กรกฎาคม 2564 เวลา : 08:46:27

Thanks a lot, Numerous material!
http://movingmania.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=ouressays.com/essay/733-college-essay-community-service.html
http://sdkinc.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayscloud.com/essay/26-urgent-attachment-help-affordable-writing.html
http://fstockfoto.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayseducationusa.com/writing/06-umfungsdienste-top-rated-essay-services.html
http://integratedresiliency.org/__media__/js/netsoltrademark.php?d=scoringessays.com/essay/39-essay-on-the-help-greatest.html
http://mayoair.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=topessaywritinglist.com/course-work/126-course-work-sample-of-written.html
http://coffeeandwaterservices.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=discountedessays.com/course-work/144-data-analysis-course-work-affordable.html
http://pa1.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=topessayssites.com/essay/580-assignment-attachment-help.html

avatar

ชื่อ :

ip : 5.188.210.31

ตอบกระทู้ : เรียน ท่านนายกเทศบาล และคณะกรรมการบริหารงานทุกท่าน สำเนา เรียน คณะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมการปกครอง   และ ผอ. ชลประทานเขือนลำพระเพลิง สืบเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทางชาว นา และตัวกระผมเอง ได้รับความเดือนดร้อน จากปัญหาการเกิดน้ำท่วม ที่รุนแรง อันผลกระทบมาจาก การพังทลาย ของ คูคลองธรรมชาติ ที่เกิดการหัก และการพังทลาย ของคูคลองอย่างเฉียบพลัน ทำให้ นาข้าวที่พร้อมจะเก็บเกี่ยว ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถ ทำการเก็บเกี่ยวได้ทำให้สูญเสีย รายได้ ไป  จากการพังทลาย ของคูคลองเกิดจากปัญหา การขุดลอก คูคลองออก ของเกษตรกร  เพื่อลดขนาด ของคันคลอง ลงเพื่อให้ง่ายต่อการ สูบน้ำเข้านา ทั้งนี้ จะโทษชาวนา เอง ก้อไม่ได้ เนื่องจาก ต้องหาหนทาง ที่จะทำอย่างไร จะได้น้ำ เข้านา ในช่วงที่ข้าว ต้องการ น้ำ การหาหนทาง ที่จะได้น้ำเนื่องจาก แนวคลอง ธรรมชาติ ไม่ได้ถูกระบุไว้ และไม่ได้ อยู่ในแนวเขตความรับผิดชอบ ของชลประทาน  เป็นเพียงจุดรับน้ำ จากชลประทานในกรณี ที่นำ้มาก ล้น spring way  เพื่อลดการล้นของเขื่อน และแนวเขต คูคลองธรรมชาติ ถือเป็นแก้มลิง รับน้ำจาก ทางชลประทาน เอง  ซึ่งเป็น การแก้ไข ปัยหาลำดับแรก ทุกครั้ง เมื่อเกิดปัญหาน้ำมากหรือ น้ำหลาก   แต่ถ้าหลังจาก น้ำหลากหมดไป  หลังจากนั้น ไม้เกิน 15 วัน เราจะพบว่า คูคลองลำพระเพลิง จะไม่มีน้ำ  เนื่องจากน้ำจะไหล จากที่สูง ลงสู่ที่ต่ำ  ด้านบนจะขาดน้ำ ทันที  จากปัญหา ดังกล่าว จึงก่อให้เกิด การแย่งน้ำ และการขุดลอก คู คลองให้ต่ำลง เพื่อนำท่อสูบน้ำ มาตั้งหรือขุดเพื่อสูบน้ำ ในกรณีที่น้ำน้อย ซึ่งเหลือจากการ รั่วซึม ของน้ำ อีกฝั่งที่มาจากการปล่อยน้ำ มาจากชลประทาน มีคำถาม ที่ถามในใจ เป็นไปได้มั้ย คูคลองธรรมชาติ คลองลำพระเพลิง น่าจะมีการพิจารณาจัดสรร เข้าเป็นเขต พัฒนา ของกรมชลประทาน  มีการวางผัง บริหารจัดการ เพื่อเพิ่มพื้นที่การบริการ  ซึ่งเป็น  KPI ข้อหนึ่ง ของกรมชลประทาน คือการขยายเขตชลประทาน เพื่อให้ ประชาชนได้รับ น้ำและเพิ่มรายได้ ให้กับกสิกร 1. เพิ่มแหล่งน้ำและการปันน้ำอย่างมีระบบ โดยใช้คูคลองธรรมชาติ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 1.1 จัดทำการขุดลอกคูคลอง ตามแนวเขต ให้น้ำสามารถใหลคล่อง ตัว มีการประเมิน พื้นที่ความสูงต่ำ และทำฝายน้ำล้น กักเก็บน้ำเป็นช่วงๆๆ เพื่อให้มีน้ำในแต่ละช่วงคลอง 1.2 คูคลอง ทั้ง 2 ข้างจัดทำเป็นถนนสัญจรตามหัวไร่ปลายนา ห้ามมีการเพาะปลูกพืชยืนต้น ยกเว้นพืช ที่ได้รับการส่งเสิรม เพื่อให้คูคลองมีความแน่นและเป็นการง่ายที่ชาวนา เองจะใช้เป็นเส้นทางการ คมนาคม  การขนถ่ายสินค้าเกษตร 1.3 ส่งเสริมการปลุกต้นไม้ให้ร่มเงา และดอก เช่น ต้นพยาเสือโคร่ง หรือซากุระเมื่องไทย  ต้นราชพฤกษ์  หรือต้นคูณ  ต้นทองอุไร ให้หัวไรปลายนา เต็มไปด้วย ต้นไม้เพื่อจัดสรรเป็นแหล่งท่อเที่ยว ธรรมชาติ  สามารถใช้เป็นที่ออกกำลังกาย  ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ ให้ร่มเงา 1.4 คูคลอง มีน้ำ และฝังท่อเข้านา แต่ละช่วง ไม่ต้องสูบน้ำ ลดต้นทุน  ในคูคลองน้ำไม่ขาด มีแหล่งให้ประชาชนทำมาหากิน ไม่ทิ้งถิ่นฐาน ไปติด โควิด  ได้อยู่กับครอบครัว   สัตว์น้ำมีการแพร่พันธ์ุ  ได้  คูคลองมีน้ำ และมีการรักษานิเวทวิทยา ช่วงสมัย  5-6 ปี ที่ผ่านมา แต่ก่อน แถวคลอง จะมีฝายที่ปู่ ย่า ตายายเคยทำไว้ จะเห็นว่า ชาวนาแถวน้้น จะไม่ต้องคอยสูบน้ำ ด้าเหนือฝายมีแหล่งน้ำ และเห็น ปู่ย่า ได้ปลามากมาย ไม่เคยเห็นท่า แบกสูบ กันเหมือนปัจจุบัน  ซึ่งปัจจุบัน เดินตามคูคลอง จะเห็นชาวบ้าน พากันสูบน้ำ และตั้งสูบกันเป็นทิวแถว สอบถาม ชาวนา ภ้าไม่สูบก้อไม่ได้กินข้าว  ร้องเรียน ชลประทานไป ก้อ บอกเป็น หน้าที่ของเทศบาล ต้องหา งบประมาณ มาทำ   เนื่องจาก ไม่ได้อยุ่ในเขต รับผิดชอบ ของชลประทาน ทำไม  จึงเป็นเช่นนี้  ………….ปัญหาเหล่านี้ ใครต้องเป็นคนแก้ไข ………?  ปัญหาเหล่า นี้จะแก้ไข อย่างไร ? …… ข้อเสนอนี้ คิดว่าเป็นไปได้มั้ย …….?  ที่จะให้  ชลประทาน และ เทศบาล และกรมการปกครอง ร่วมมือกัน พิจารณา กัน จับมือกัน เพื่อลดความเดือดร้อน ของชาวนา และทำให้เกิดประสิทธิภาพ และเป็นผลงาน ของ ทุกท่าน ในปี นี้ และปี ต่อๆๆไป ในอนาคต อย่างเป็นรูปธรรม ปีนี้ น้ำจะไม่ท่วมถึงท่วม แต่จะไม่เสียหาย  และมีน้ำใช้ ในฤดูแล้ง  ………….นี้คือเป้าหมาย ที่เราควรตั้งไว้ จึงเรียนมาเพื่อพิจารณา นายนิติชัย เชิดสระน้อย Tel  0815777998    

วันที่ : 11 กรกฎาคม 2564 เวลา : 09:23:04

Whoa quite a lot of superb information!
http://engineerreport.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=scoringessays.com/essay/789-essay-helps-sydney-affordable-essay.html
http://prospectdataplatform.biz/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayscloud.com/essay/82-quality-mittlerer-essay-excellent-essay.html
http://rgukt.in/__media__/js/netsoltrademark.php?d=topessaywritinglist.com/essay/464-help-with-the-attachment-high.html
http://cameragak.ca/__media__/js/netsoltrademark.php?d=definitionessays.com/writing/381-novel-write-helper-best-essay.html
http://computerbeehive.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=topessaywritinglist.com/essay/51-essay-writing-aid-for-students-affordable.html
http://ecose30.com/__media__/js/netsoltrademark.php?d=bestessayscloud.com/paper/48-buy-college-research-paper.html
http://davidmstanton.net/__media__/js/netsoltrademark.php?d=ouressays.com/paper/936-help-me-with-my-paper-affordable.html
writing short essays p36oyc 7d3bdaf